Category Archives: ท่องเที่ยว

Tour and Travel in Thailand ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางเรือ อ.ผักไห่ อยุธยา 2554

ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางเรือ ที่อำเภอผักไห่

ประมวลภาพ ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.อยุธยา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2554 ได้รับเกียรติจาก นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานในพิธีมอบเทียนพรรษาให้กับตัวแทนจากตำบลต่างๆ และทำพิธปล่อยขบวนแห่เทียนทางเรือ จากท่าน้ำอยุธยาคันทรีโฮม ไปสู่ตลาดลาดชะโด

ชมภาพทั้งหมด

วีดีโองานแห่เทียน ปีที่ผ่านมา

ข้อมูลที่เกียวข้อง

รายละเอียดเกี่ยวกับ ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ชาวบ้านอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมฟื้นฟูประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ปลุกชีวิตคลองลาดชะโดกลับมาเหมือนอดีต เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสและชมตลาด 100 ปี ลาดชะโดที่เก่าแก่ในวันอาสาฬหบูชานี้

สำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สำนักงานเทศบาลตำบลลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระครูวิมลพัฒนกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดลาดชะโด และ องค์กรภาคเอกชน จะจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ณ คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2554 (วันอาสาฬหบูชา) เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงไว้ ตลอดจนส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมกันบำรุงรักษาแม่น้ำลำคลองให้อยู่ในสภาพสวยงาม เหมือนครั้งในอดีตที่ชาวบ้านได้ใช้อาศัยน้ำในการอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้การจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ของชาวอำเภอผักไห่ ในคลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการจัดงานเมื่อปีที่ผ่านมา ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก

การแห่เทียนพรรษาทางน้ำของชาวอำเภอผักไห่ จะมีความแตกต่างไปจากที่อื่น ตรงที่ว่าชาวบ้านที่อำเภอผักไห่ มีวิถึชีวิตที่ต้องอยู่กับสายน้ำจะใช้เรือเป็นยานพาหนะในการเดินทางติดต่อกันระหว่างสองฝั่งคลองเป็นหลัก เมื่อถึงงานประเพณีสำคัญชาวบ้านจะนำเรือนับร้อยลำมาตบแต่งให้สวยงามเข้าร่วมพิธี และในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำของชาวคลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ ที่ชาวบ้านนำเรือที่เก็บไว้นับร้อยลำนำมาตบแต่ง เป็นแถวยาวตลอดคลองลาดชะโด ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมงานดังกล่าวจะได้ชมการประกวดตกแต่งเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำ การประกวดตกแต่งบ้านเรือนริมคลองลาดชะโด การประกวดเทพีเทียนพรรษา และ การประกวดภาพถ่าย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

สำนักงานเทศบาลตำบลลาดชะโด
เทศบาลตำบลลาดชะโด อำเภอผักไห่ โทร. +66 3574 0263
ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. +66 3524 6076

วัดมหาธาตุ อยุธยา สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ประวัติความเป็นมา วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา

เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ใกล้วัดราชบูรณะ ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์องค์ที่ 3) เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จ ในสมัย สมเด็จพระราเมศวร (กษัตริย์องค์ที่ 2) เมื่อครั้งพระองค์ได้กลับมาครองราชสมบัติอีกครั้ง โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธาน และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งเป็นจุดที่พระองค์เคยทอดพระเนตรเห็น พระบรมสารีริกธาตุเปล่งแสงสว่างและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ภายในวัด ส่วนพระสังฆราช ฝ่ายอรัญวาสีนั้น ประทับอยู่ที่วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) อีกทั้งยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตามพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา คือได้เคยเป็นสถานที่ๆ พระศรีสิน (สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม) และจมื่นศรีเสาวรักษ์พร้อมคณะ ได้ซุ่มพลที่ปรางค์วัดมหาธาตุ ก่อนยกพลเข้าพระราชวังทางประตูมงคลสุนทร เพื่อจับกุมพระศรีเสาวภาคย์ (กษัตริย์องค์ที่ 20)

ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (กษัตริย์องค์ที่ 21) ยอดพระปรางค์องค์ใหญ่ได้ทลายลงบางส่วน และได้มีการบูรณะอีก 2 ครั้ง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (กษัตริย์องค์ที่ 24) เมื่อปี พ.ศ. 2176 และในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2275 – 2301
เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 นั้น วัดมหาธาตุได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายเป็นอันมาก จนถูกทิ้งร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ขอขอบคุณ ประวัติความเป็นมาวัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา

http://www.ayutthaya.go.th/travel.htm

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในอำเภอผักไห่

วัดตึกคชหิรัญ

มีวังปลาซึ่งอยู่ในบริเวณท่าน้ำหน้าวีัด ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในวันหยุด เนื่องจากเป็นที่ชุกชุมของปลา และสัตว์น้ำนานาชนิดโดยเฉพาะปลาชะโด ที่จะว่ายน้ำชนเรือที่ผ่านไปผ่านมา โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกว่า 20,000 คน

วัดโคกทอง

เป็นวัดพัฒนาที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมไทย มีวัตถุมงคลล้ำค่า คือ หลวงพ่อเจริญ ที่เป็นที่เคารพของชาวผักไห่

ประวัติวัดโคกทอง
วัดโคกทองตั้งอยู่เลขที่ 48 หมู่ที่ 12 ต.กุฎี อ.ผักไห่ ฯ จัดตั้งเป็นวัด เมื่อประมาณ พ.ศ.2370 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอุโบสถหลังใหม่ เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2480
เดิมวัดนี้อยู่ในส่วนลึก ห่างจากคลองแม่น้ำน้อยอยู่เป็นเนินโคก จึงเรียกว่า วัดโคก มาภายหลังจึงเพิ่มคำว่า “ทอง” จึงเรียกชื่อเต็มว่า
“วัดโคกทอง” เดิมวัดนี้มีเนื้อที่ตั้งวัด 32 ไร่ 1 งาน 95 ตารางวา อยู่มาภายหลังสมัย พระเดชพระคุณพระมงคลาจารย์ ( หลวงพ่อเชิญ กุฎีสุข) ฉายา ปุญญสิริ ร่วมกับพระครูวรกิจวิธาน (สมชัย อารีจิตพานิช) ฉายา ธุรวาโห จัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา เมื่อปี พ.ศ.2537

ตลาดลาดชะโด

ตลาดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เริ่มจากเรือนแพค้าขายของชาวจีนที่ตั้งอยู่สองฝั่งคลอง ต่อมาได้สร้างเป็นตลาดไม้ริมน้ำ แล้วขยายขึ้นไปบนบกเรื่อยๆ จำนวนเกือบรอ้ยคูหา เป็นเรือนแถวขนาดใหญ่หันหน้าเข้าหากัน ทางเดินกว้างขวางในชุมชนมีวัด โรงเรียน ศาลเจ้า โรงสีและโรงภาพยนตร์ที่ยังคงสภาพแบบเดิม ชุมชนลาดชะโดเดิม เรียกว่าบ้านจักราช เป็นชุมชนที่เกิดขึ้นหลังจากพม่าปล้นกรุงศรีอยุธยาและถอนกำลังลงไปในปี พ.ศ.2310 บริเวณบ้านจักราช มีคลองออกไปสู่แม่น้ำน้อย ในคลองเต็มไปด้วยปลาต่างๆ โดยเฉพาะปลาชะโด อันเป็นที่มาของชื่อลาดชะโดในเวลาต่อมาถึงขนาดมีคำเตือนว่า เวลาพายเรือให้ระวังไม้พายจะไปโดนปลาชะโดเข้า