Category Archives: ท่องเที่ยว

Tour and Travel in Thailand ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

ประเพณีแห่เทียนทางน้ำ อ.ผักไห่ ปี 2555

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2555 อำเภอผักไห่ ร่วมกับเทศบาลตำบลลาดชะโด ได้จัดประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีเก่าแก่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขบวนเรื่อเทียนพรรษาได้ล่องตามคลองลาดชะโด และไปสิ้นสุดที่ตลาด 100 ปี (ตลาดน้ำลาดชะโด)

โดยมีท่าน วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายอำเภอผักไห่ ท่านสุจินต์ วาจากิจ และ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ ผกก.สภ.ผักไห่

ชมภาพกิจกรรมทั้งหมด

เที่ยวสงกรานต์ผักไห่ อยุธยา ตามหาสาววิไล

เชิญเที่ยวงานสงกรานต์ผักไห่ อยุธยา ตามหาสาววิไล หลายๆท่านคงเคยได้ยินบทเพลงที่มีเนื้อร้อง เกี่ยวกับอำเภอผักไห่ อยุธยา โดยเฉพาะสาวงามที่ชื่อ “วิไล บ้านผักไห่ อยุธยา” วันที่ 13 เมษายน 2555 พบกันแน่นอนกับงานมหาสงกรานต์ผักไห่ ตามหาสาววิไล

ชื่องาน :สงกรานต์ผักไห่
กำหนดการ : ๑๓ เมษายน ๒๕๕๕ – ๑๓ เมษายน ๒๕๕๕
สถานที่จัดงาน : จัดที่เทศบาลตำบลผักไห่
รายละเอียดกิจกรรม : -ทำบุญตักบาตรเช้า
-สรงน้ำพระพุทธรูปประจำตำบล
-รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ๒๕๖ คน
-เล่นน้ำสงกรานต์ (แตรวง กลองยาว) ที่ถนนข้าวอ่อนหวาน
-ประกวดสาวงามวิไลผักไห่อยุธยา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ติดต่อสอบถามได้ที่ เทศบาลตำบลผักไห่ โทรศัพท์ ๐๘๑ ๘๖๗ ๓๐๑๘

ความเป็นมาของการจัดงาน “สงกรานต์ผักไห่ สาวงามวิไล”

วันที่ 27 มี.ค. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลลาดชะโด นายโสภณ คชพันธ์ นายอำเภอผักไห่ นายเกรียงศักดิ์ พิมพันธ์ดี นายกเทศมนตรีตำบลลาดชะโด ร่วมกัน แถลงข่าวการจัดงาน สงกรานต์ผักไห่ สาวงามวิไลประจำปี2555 โดยนำผู้เข้าประกวดสาวงามวิไล กว่า32 คน และสาวที่ชื่อวิไล เข้าร่วมงานแถลงข่าว

นายโสภณ กล่าวว่า เนื้อเพลงที่ร้องว่า โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ ไม่ลืมคนชื่อวิไล บ้านผักไห่อยุธยา จากบทเพลงข้างต้น อาจจะทำให้ใครต่อใครหลายคนย้อนรำลึกนึกถึงความทรงจำในอดีต ของเมืองแห่งท้องทุ่งที่รู้จักกันมานานนับศตวรรษ เป็นเมืองแห่งสายน้ำและข้าวปลาอาหารที่อุดมสมบูรณ์จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ เมื่อรำลึกนึกถึงอำเภอผักไห่ จะมองเป็นภาพนิยายรักของหนุ่มกรุงและสาววิไลแห่งทุ่งผักไห่จนเกิดคำพูดติดปากกันมาว่า “หากมาผักไห่ต้องไปตามหาสาวชื่อวิไล”

นายอำเภอผักไห่ กล่าวต่อ จึงขอเรียนเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว มาร่วม เล่าขานตำนานชีวิตท้องทุ่ง สืบสานประเพณีสงกรานต์สงกรานต์ วัฒนธรรมอันดีงามของไทย เพลิดเพลินกับวัฒนธรรม เส้นทางสายน้ำ ล่องเรือดูปลา ชมตลาดร้อยปีลาดชะโด เลือกซื้อของดีเมืองผักไห่ อิ่มอร่อยอาหารทำจากปลานานาชนิด ตามหาสาวงามวิไลคนสวยแห่งอำเภอผักไห่ จากการสำรวจทะเบียนราษฎร์ มีสาวงามที่ตั้งชื่อมาตั้งแต่กำเนิดจำนวนกว่า100 คน

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมภายในงานเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่13 เมษายน ที่บริเวณตลาดร้อยปีลาดชะโด ร่วมทำบุญตักบาตร สรงน้ำ พระพุทธรูปจากวัดใน 16 ตำบล รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ 256 คน ร่วมสนุกกับแตรวง กลองยาว รำวงย้อนยุค และเล่นสาดน้ำกับวัยรุ่นหนุ่มสาว “ถนนข้าวอ่อนหวาน” ช่วงค่ำชมการประกวดสาวงามวิไลชิงเงินรางวัลกว่า40,000บาท อิ่มอร่อยอาหารจากปลา และพบกับนักร้อง วงดนตรีชื่อดัง ภายหลังการแถลงข่าวนายโสภณ คชพันธ์ นายอำเภอผักไห่ ร้องเพลง สาวผักไห่ เรียกเสียงฮือฮา จากผู้ร่วมงาน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดตูม จ.อยุธยา

วัดตูม ตั้งอยู่บริเวณริมคลองวัดตูม ในท้องที่ตำบลวัดตูม มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่เศษ วัดนี้ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง ทราบกันแต่เพียงว่าเป็นวัดโบราณตั้งแต่สมัยเมืองอโยธยา ก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

วัดนี้คงเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งเมื่อคราวเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกและเป็นวัดที่พระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนทุกวันนี้ วัดตูมนี้เป็นที่สำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามแต่ดั้งเดิมมาคงเป็นแต่แรกตั้งกรุงอโยธยาตลอดจนถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี

วัดตูม จ.พระนครศรีอยุธยา
พระนลาฏ หรือ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ หรือ หลวงพ่อสุข

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฎ (หน้าผาก) เปิดออกได้และพระเกศมาลาถอดได้ ภายในพระเศียรเป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่แห้งขาดหาย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย นามเดิมของท่านคือ “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” เรียกกันเป็นสามัญว่า “หลวงพ่อสุข” หน้าตักกว้าง 87 เซนติเมตร สูง 1.50 เมตร สร้างสมัยใดไม่ปรากฎตำนาน เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาอธิวาสสวมมงกุฎ มีกุณฑลทับทรวง สังวาลพาหุรัดประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ พระพุทธรูปองค์นี้จะเปิดเศียรพระทุกวันที่ 1 ของเดือน

พระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนต้น

การเดินทาง
ใช้เส้นทาง ถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยา ประมาณ 6-7 กิโลเมตร