โผแต่งตั้งตำรวจ ระดับนายพล

วานนี้(1ก.ย.) ที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ห้องประชุม 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการคัดเลือก หรือบอร์ดกลั่นกรอง ตร. ที่มี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธาน พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร.ทุกคน ได้ประชุมพิจารณากรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักนายก รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ที่แต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็น รองผบ.ตร. เนื่องจากพล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) ฟ้องร้องขอความเป็นธรรม เพราะถูกพิจารณาแต่งตั้งข้ามลำดับความอาวุโส รวมทั้งจะมีการพิจารณาว่าจะมีการอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่

ทั้งนี้ ผลการประชุมบอร์ดกลั่นกรอง ตร.ในช่วงเช้า มีมติไม่อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลาง เนื่องจากต้องการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล จากนั้นในช่วงบ่าย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้มาร่วมประชุม ก.ตร. ซึ่งก่อนการประชุม พล.ต.อ.วัชรพลได้เข้ามาพบนายสุเทพ ที่นั่งอยู่โต๊ะประธานการประชุม ก่อนจะนำแฟ้มเอกสารมามอบให้ คาดว่าน่าจะเป็นเอกสารเกี่ยวกับกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนคำ สั่งสำนักนายกฯ เรื่องแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล เป็น รอง ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเข้าห้องประชุมไปได้ประมาณ 15 นาที ที่ประชุมก็เชิญ พล.ต.อ.วัชรพล ออกจากห้องประชุม เนื่องจากที่ประชุมมีการพิจารณาวาระของ พล.ต.อ.วัชรพล ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสีย หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.วัชรพลก็กลับเข้าห้องประชุมเหมือนเดิม ก่อนที่ ก.ตร.จะเริ่มหารือกันเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง รวมถึงบุคคลผู้มีคุณสมบัติเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ก.ตร. กล่าวภายหลังการประชุม ก.ตร.แล้วเสร็จว่า ก่อนเริ่มประชุมนายสุเทพได้กล่าวต้อนรับ พล.ต.ท.ไพศาล ตั้งใจตรง ก.ตร.คนใหม่ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรก หลังจากนั้น ก.ตร.ได้ใช้เวลาพิจารณายาวนานในเรื่องการพิจารณาคำสั่งของศาลปกครองที่ให้ เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล เนื่องจากต้องนำคำพิพากษามาดูในรายละเอียดว่ามีประเด็นอะไร และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร หลังการพิจารณาแล้วเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ให้ทันภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งเสียงที่เห็นด้วย 16 เสียง และงดออกเสียง 4 เสียง ทำให้สถานภาพของ พล.ต.อ.วัชรพล และพล.ต.อ.ชลอ ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับคำพิพากษาก็ให้ ตร.ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดูข้อมูลต่างๆ ในการยื่นอุทธรณ์

พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า อีกวาระเป็นเรื่องการแต่งตั้งรองผบ.ตร.-ผบช. ซึ่งตำแหน่งรองผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 11 ตำแหน่ง และตำแหน่งผบช.ว่าง 19 ตำแหน่ง การแต่งตั้งในส่วนของรอง ผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร.นั้น เรียงตามอาวุโสทุกตำแหน่ง ส่วนตำแหน่ง ผบช. 19 ตำแหน่ง ก็ทำไปตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้ง ซึ่งทุกตำแหน่งเรียบร้อยดี มีการโหวตทุกตำแหน่ง ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ

สำหรับรายชื่อที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งระดับรองผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ก.ตร.ให้สไลด์ที่ปรึกษา (สบ 10) 4 คน คือ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เข้าสู่เก้าอี้หลักเป็น รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผช.ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ และให้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.อีก 4 คน คือ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคง พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ เป็นที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล เป็นที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวนที่เปิดขึ้นมาใหม่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านปราบปราม และ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านปราบปราม

ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 11 ตำแหน่ง ก.ตร.ให้ผบช.อาวุโสลำดับที่ 1-11 พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ จตร.(สบ 8) เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธีระยุทธ กิติวัฒน์ ผบช.สกบ. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. เป็น ผช.ผบ.ตร.พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผบช.รร.นรต. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง จตช.(สบ 8) เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.ศ. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช.สง.ผบ.ตร. เป็น รองจตช.(สบ 9) พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ 9)

ตำแหน่ง ผบช.ว่าง 19 ตำแหน่ง พล.ต.ต.ศิริพงษ์ อ่อนแสงคุณ รองจตร.(สบ 7) ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อรรถพร อุทยานานนท์ รองผบช.ภ.2 ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.นเรศ เทียนกริม รองผบช.สทส. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ โชติมา รองจตร.(สบ 7) เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ชลอศักดิ์ อาษา รองผบช.ภ.3 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโนบาย พล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น ผบช.ศชต.

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. สามีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โยกไปเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รองผบช.ก. ขึ้นเป็น ผบช.ก. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. เป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผบช.ภ.6 เป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล รองผบช.ส. เป็น ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ก.ตร. เป็น ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผบช.ภ.8 อาวุโสอันดับ 17 เนื่องจากนับวันทวีคูณจากการปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น ผบช.ภ.8

พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ยศ. เป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผบช.น. ขึ้นเป็น ผบช.ส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.วิบูลย์ ปรองดอง รองผบช.ก.ตร.ขยับเป็น ผบช.ก.ตร. พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ศ. พล.ต.ต.ยงยศ นาคเฉลิม รองจตร.(สบ 7) เป็น ผบช.สกพ. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.สตม. พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผบช.ภ.3 เป็น ผบช.ยศ.

พล.ต.ต.นพรัตน์ มีปรีชา รองผบช.ตชด. เป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อุดมชัย มงคลรัตน์ รองผบช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานนายกฯ พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร รองผบช.สกพ. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.อารี อ่อนชิต รองผบช.นรต. เป็น ผบช.นรต.

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมใช้เวลาพิจารณากันนานในกรณีแต่งตั้งตำแหน่งระดับ ผช.ผบ.ตร.เป็น รองผบ.ตร. โดยในที่ประชุมเห็นว่าให้ขยับ ที่ปรึกษา (สบ 10) ทั้ง 4 คนเป็นรองผบ.ตร. แต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน ก.ตร.พยายามที่จะผลักดัน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็น รองผบ.ตร.ในตำแหน่งหลักแทน แต่ ก.ตร.หลายคนเห็นควรว่าต้องให้ผู้ที่ครองยศ พล.ต.อ.ในตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) อยู่แล้วได้เข้าสู่ตำแหน่งหลัก การจะขยับ พล.ต.ท.เข้าสู่ตำแหน่งหลักเลยไม่เหมาะสม และเห็นควรยึดหลักการตามที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษากรณีของพล.ต.อ.วัชรพล ก็มีการถกเถียงกันนานเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนายสุเทพไม่ยอม แต่ ก.ตร.หลายคนยืนยันให้ยึดบรรทัดฐานดังกล่าว โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ถกเถียงในประเด็นนี้

ส่วนตำแหน่งของ พล.ต.ต.สุวีระ ทรงเมตตา รองผบช.ภ.2 ที่จะขึ้นเป็น ผบช.นั้น พยายามผลักดันผ่านบอร์ดกลั่นกรอง แต่เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมก.ตร.ไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ครบ ยังไม่เหมาะสมที่จะขึ้นตำแหน่ง ผบช.

ที่มา นสพ.ข่าวสด