ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.

ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

สำหรับ พล.ต.อ.วิเชียร ปัจจุบันอายุ 57 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2496 เป็นชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จบการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 28 (นรต.28)พ่วงด้วยปริญญาโท จาก 3 สถาบัน คือ ปริญญาโท คณะพัฒนบริหารศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท ด้านกฎหมายเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังผ่านหลักสูตร F.B.I. รุ่น 159, หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 388 และหลักสูตรบริหารงานตำรวจจากประเทศอังกฤษอีกด้วย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิเชียร ได้รับการติดยศ พล.ต.อ. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ในตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ซึ่งถือว่าครองยศ พล.ต.อ. ก่อนรอง ผบ.ตร. และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าคนอื่นๆ ในขณะนี้ ต่อมาได้ถูกโยกมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง และรับผิดชอบงานด้านรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ตลอดจนงานดูแลความสงบในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร สามารถโชว์ผลงานคุมเกมวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2550 ได้เด็ดขาดจนได้รับการยกย่อง

กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2552) พล.ต.อ.วิเชียร ได้ขยับเข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษา สบ10 ดูแลการเลือกตั้ง และการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ทั้งนี้ แม้จะดูงานด้านความมั่นคง และมีหลายครั้งที่ต้องควบคุมการชุมนุมทางการเมือง แต่ พล.ต.อ.วิเชียร ยังไม่มีประวัติเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลาง หรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เรียกได้ว่าขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นกลางคนหนึ่ง จึงมีโอกาสที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร คนต่อไป

ด้านชีวิตครอบครัว พล.ต.อ.วิเชียร สมรสกับนางกิ่งดาว พจน์โพธิ์ศรี มีบุตรชาย 2 คน และ บุตรสาว 2 คน คือ น.ส.ชื่นสุข พจน์โพธิ์ศรี, ด.ญ.พัชรเพ็ญ พจน์โพธิ์ศรี, ด.ช.ธนชัย พจน์โพธิ์ศรี และ ด.ช.กมลพัฒน์ พจน์โพธิ์ศรี

ส่วนเส้นทางในชีวิตราชการของ พล.ต.อ.วิเชียร เจ้าตัวเคยบอกไว้ว่า “ไม่เคยคิดอยากเป็นตำรวจเลยแม้แต่น้อย” โดยในช่วงเด็กนั้น พล.ต.อ.วิเชียร มีเป้าหมายอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นวิชาที่ถนัด อีกทั้งบิดาที่เคยเป็นครูมาก่อน คอยช่วยเสริมให้เก่งวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทำให้มีความมุ่งมั่น กระทั่งเข้าสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ไปเรียนฟรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อันดับ 1

ทว่า พล.ต.อ.วิเชียร ต้องพลาดโอกาสนั้น เพราะบิดาไม่อยากให้ไป จึงปิดเรื่องนี้ไม่ให้เจ้าตัวล่วงรู้ ทำให้ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ตกไปอยู่ในมือของนายชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เพื่อนสนิทของ พล.ต.อ.วิเชียร ที่สอบติดอันดับ 2 ได้ไปเรียนแทน ซึ่งปัจจุบันนายชัยยงค์ เป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งนี้ ต้องจับตาว่าหลังจาก พล.ต.อ.วิเชียร มานั่งเก้าอี้เจ้ากรมปทุมวันแล้ว จะจัดทัพโผรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในปีนี้อย่างไร ท่ามกลางปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความไม่สงบเรียบร้อย ของบ้านเมือง แต่เชื่อได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องสรรหาคนของตัวเองมาคุมเก้าอี้สำคัญนี้ เพื่อมุ่งหวังชิงความได้เปรียบทางการเมืองในอนาคต หากมีการยุบสภา

ประสบการณ์การทำงานของ พล.ต.อ.วิเชียร เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง รอง สว.ผ.5 กก.สส.น. แล้วเป็น รอง สว.ผ.ศึกษาอบรม กก.นผ.บก.อก.บช.น. รอง สว.ผ.1 กก.สส.น.พระนครใต้ ผู้ช่วยนายเวรอธิบดีกรมตำรวจ นายตำรวจราชสำนักประจำ ผู้กำกับการนายตำรวจราชสำนักประจำ รองผู้บังคับการนายตำรวจราชสำนักประจำ ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการ) รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่าผู้บัญชาการ) รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 10) (เทียบเท่าผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ต่อมาในปี 2549 ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง) ที่ปรึกษา สบ 10 และรักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ

ข้อมูลจาก นสพ.ข่าวสด