พิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

พิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุ ครบ ๗ รอบ
๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ รัฐบาลกำหนดให้มีพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายน้ำสรงอภิเษกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบภารกิจสำคัญ นำน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของทุกจังหวัด มาประกอบพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมถวายความจงรักภัคดีโดยทั่วกัน

พิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง รัฐบาลได้กำหนดจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ให้สมพระเกียรติและถูกต้องตามราชประเพณี โดยให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ จัดงานเฉลิมฉลองให้สมพระเกียรติ เพื่อให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้แสดงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ รัฐบาลได้แต่ตั้งคณะกรรมการฝ่ายพิธี ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายพิธี และกำหนดให้มีพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นน้ำสรงอภิเษกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสอันเป็นมหามงคลดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดพิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ดำเนินการจัดพิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเข้าร่วมในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ดังเช่นพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

๑. พิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์สิทธิ์

พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๖ รอบ และ ๘๐ พรรษา มีการถวายน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า “น้ำสรงอภิเษก” หรือ “การรดน้ำ” ถือได้ว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัย อภิเษก หมายถึง การรดน้ำ เสมือนผู้น้อยรดน้ำอวยพรผู้ใหญ่ที่อายุ ๖๐ ปี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อชาติและประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ ในการพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งชัยมังคลาภิเษก มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งประกอบพิธีพลีกรรมเสกทำ ดังเช่นน้ำสรงมุรธาภิเษกเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๔๙๓

วิธีการถวายน้ำอภิเษก ผู้แทนประชาชนชาวไทย คือ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา รินหลั้งน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากพระเตาปทุมนิมิต ทอง นาก เงิน เข้าถวายน้ำสรงอภิเษก ในโอกาสเสด็จออกมหาสมาคม เพื่อทรงรับคำถวายพระพรชัยมงคลของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า หากแต่วิธีถวายน้ำสรงอภิเษกเปลี่ยนเป็นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ทั้งพระเต้าที่ประดิษฐานในมณฑป มิได้รินหลั่งถวายโดยตรง เช่นพระราชพิธีครั้งกอน

๑.๑ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
น้ำที่นำมาเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อถวายเป็นน้ำสรงอภิเษกทั้ง ๓ โอกาสที่กล่าวมาแล้ว ประกอบด้วยน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญ ๓ ประเภท คือ

๑.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณราชประเพณี

๒.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

๓.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพเลื่อมใส และแหลงน้ำเส้นชีพสําคัญของจังหวัด

แหล่งน้ำเส้นชีพ ในที่นี้ หมายถึง แหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตชีวิตของประชาชนในแต่ละจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด เฉพาะน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานครใช้น้ำพระพุทธมนต์จากหอศาสตรคม ในพระบรมมหาราชวัง

๑.๒ พิธีพลีกรรมและเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแต่ละแหล่ง จะต้องประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์รวมกัน ณ อารามที่สำคัญของจังหวัดเสร็จแล้ว บรรจุน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากทุกแหล่งน้ำนั้นรวมลงในโถน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ๑ ใบ เชิญมามอบให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อประกอบรัฐพิธีเสกทําน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ที่พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ขั้นตอนการดำเนินงานในพระราชพิธีมหามงคลฯ พิธีพลีกรรมตักน้ำ

ฝ่ายโรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง จะคำนวณฤกษ์ตามคัมภีร์ฎีกาโหราศาสตร์นิยม ซึ่งปัจจุบันสำนักพระราชวัง ยังไม่ได้มีหนังสือแจ้งมา โดยกำหนดการดังกล่าวจะดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจะแยกเป็น

๑) พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในส่วนภูมิภาค

ในพิธีกรรมตักน้ำ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งกายนุ่งชุดขาวห่มขาว มีดอกไม้ธูปเทียนบูชาเทพยดาอารักษ์ ณ แหล่งน้ำสักดิ์สิทธิ์กล่าวคำสักการบูชาแล้วตักน้ำบรรจุลงในภาชนะ ห่อด้วยผ้าขาว นำไปพักไว้ ณ วัดสำคัญของจังหวัด

จากนั้นรวมบรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกแหล่งน้ำของจังหวัด ลงในบาตรหรือขันสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี พระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ตักน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์บรรจุลงในโถน้ำพระพุทธมนต์ ปิดฝาผนึก ห่อหุ้มด้วยผ้าขาว ประทับตรา แล้วเชิญมามอบให้กระทรวงมหาดไทย

๒) รัฐพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานคร

กระทรวงมหาดไทยแห่เชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ในโถน้ำพระพุทธมนต์ ๗๗ ใบ จากกระทรวงมหาดไทยไปยังพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา ร่วมกันรินน้ำจาก ๗๗ เต้าลงในขันสาคร นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยรับศีล พระครูพราหมณ์จุดธูปเทียนบูชาเทพเจ้า อ่านประกาศชุมนุมเทวดา พระสงฆ์ ๘๑ รูป มีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ เมือถึงบทพระคาถาเสกทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนที่ครอบพระกริ่งถวาย สมเด็จพระสังฆราชเสกทำน้ำพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราชไปทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์จากครอบกริ่งลงในขันสาคร พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย บัณเฑาะว์ สังข์ แตร ดุริยางค์ พระครูพราหมณ์หลั่งน้ำเทพมนต์ของคณะพราหมณ์ลงในขันสาคร
นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา ใช้ถ้วยศิลาจารึกคาถา ตักน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากขันสาครบรรจุในพระเต้าปทุมนิมิต ทอง นาก เงินเสร็จแล้ว พระสงฆ์หยุดเจริญชัยมงคลคาถา น้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพระเต้าปทุมนิมิตทั้ง ๓ องค์ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา จะได้นำทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>