ก.พ.ร. ผ่าตัดปรับโครงสร้างส่วนราชการรอบใหม่ฯ

ก.พ.ร. ผ่าตัดปรับโครงสร้างส่วนราชการรอบใหม่ เตรียมโยก 37 งาน ด้านตรวจสอบ-รับรองคุณภาพมาตรฐานให้เอกชนทำ..

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันพุธที่ 16 มิ.ย. เวลา 08.00-15.00 น. ที่ห้องบุหงา ชั้น 3 โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะจัดประชุมสัมมนาเรื่อง “มาตรการทบทวนบทบาทภารกิจของส่วนราชการ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546″ โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทภารกิจที่รัฐต้องทบทวน” นอกจากนี้ จะมีการนำเสนอแผนและขั้นตอนการถ่ายโอนงาน โดยนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. และ การบรรยาย เรื่อง “การพัฒนาระบบการรับรองคุณภาพมาตรฐาน” โดยนายสมภพ อมาตยกุล กรรมการพัฒนาระบบราชการ “การถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการถ่ายโอนงานให้ภาคเอกชน” ในภารกิจงานตรวจสอบสภาพรถยนต์ ส่วนนายรณยุทธ ตั้งรวมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ การบรรยายเรื่อง “การเตรียมความพร้อมและเงื่อนไขข้อตกลงในการถ่ายโอนงานระหว่างรัฐและเอกชน” โดยผู้แทนบริษัทเอกชนซึ่งปฏิบัติงานด้านการออกหนังสือเดินทางร่วมกับกระทรวง การต่างประเทศ

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวว่า การปรับบทบาท ภารกิจ และขนาดของหน่วยงานภาครัฐให้มีความเหมาะสม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยต้องปรับบทบาทของภาครัฐให้คงเหลือเฉพาะส่วนภารกิจหลักที่สำคัญจำเป็น และมีความคุ้มค่าต่อการปฏิบัติ ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร.ได้เสนอต่อที่ประชุม ก.พ.ร. ถึงผลการสำรวจภารกิจการตรวจสอบและรับรองคุณภาพมาตรฐานว่ามีอยู่ในส่วนราชการ 33 กรม จำนวน 110 งาน นอกจากนั้นยังพบว่าในจำนวน 110 งานดังกล่าว ได้มีการถ่ายโอนไปภาคส่วนอื่นแล้วจำนวน 17 งาน และเมื่อวิเคราะห์งานที่เหลือจำนวน 93 งาน เกี่ยวกับข้อจำกัดในการถ่ายโอน ประกอบกับการหารือกับส่วนราชการเจ้าของงาน มีงานที่เริ่มดำเนินการได้ทันทีในระยะแรก จำนวน 37 งาน ซึ่ง ก.พ.ร. ได้มีมติเห็นชอบให้ถ่ายโอนงานตามแผนงานการถ่ายโอนงานการตรวจสอบและรับรอง คุณภาพมาตรฐานที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอและให้นำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ทั้ง นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2553 ได้มีมติเห็นชอบเรื่องมาตรการทบทวนบทบาทภารกิจของส่วนราชการ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ ซึ่งได้แบ่งแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ เริ่มจาก ระยะแรก : ถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพมาตรฐาน จำนวน 37 งานใน 18 ส่วนราชการ และติดตามประเมินผล ระยะที่สอง : เตรียมการและถ่ายโอน ภารกิจด้านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพมาตรฐานที่ยังคงเหลือให้แล้วเสร็จอีก 56 งาน และระยะที่สาม : เป็นการศึกษาเตรียมการถ่ายโอนภารกิจภาครัฐในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากภารกิจด้านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพมาตรฐาน แต่ครม. ได้ยกเว้นในส่วนของการถ่ายโอนงานของกระทรวงพลังงาน (กรมธุรกิจพลังงาน) จำนวน 2 งาน ได้แก่ งานตรวจวิเคราะห์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นและงานตรวจสอบคุณภาพ น้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งรวมอยู่ในแผนการดำเนินงานระยะแรก จำนวน 37 งาน ให้สำนักงาน ก.พ.ร. รับไปพิจารณาทบทวนร่วมกับกระทรวงพลังงาน แล้วนำเสนอ ก.พ.ร. ต่อไป

นายทศพร กล่าวอีกว่า ในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างส่วนราชการรอบใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการปฏิรูประบบราชการขนานใหญ่ไปเมื่อปี  2545 เพื่อทบทวนบทบาทภารกิจของภาครัฐให้เหมาะสม ยกเลิกภารกิจที่ไม่จำเป็น ถ่ายโอนงานบริการบางอย่างของรัฐให้เอกชนหรือท้องถิ่นดำเนินการแทน ปรับเปลี่ยนบทบาทของระบบราชการให้เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก ไม่เป็นผู้ดำเนินการเสียเองหรือคงมีอำนาจมากจนเกินไป รวมทั้งต้องมีขนาดกำลังคนและใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ไม่พยายามเข้าแทรกแซงและขยายตัวเกินไปจนเป็นภาระของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นและสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีการให้บริการโดยภาคเอกชน ซึ่งอาจมีผลทำให้ประชาชนผู้รับบริการต้องจ่ายค่าบริการสูงขึ้น

ทั้ง นี้ ในระยะแรกหน่วยงานภาครัฐจะต้องยังคงจัดให้มีบริการคู่ขนานไปด้วยรวมถึงกรณี ผู้รับบริการเป็นผู้มีรายได้น้อย เช่น เกษตรกรซึ่งต้องขอรับการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตร ที่ดี รัฐบาลอาจต้องให้การช่วยเหลืออุดหนุนในด้านค่าบริการ.

ข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/content/pol/89667